เที่ยวเยอรมัน ชม “ปราสาทเอ็ลทซ์” ความงดงามดั่งเทพนิยาย ตำนานแสนเศร้าชวนขนลุก

ปราสาทเอ็ลทซ์ Burg Elz เป็นปราสาทสวยและยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวต่างแดนแห่งเยอรมัน ที่อยู่รอดปลอดภัยจากสงครามมาได้หลายศตวรรษ มีความงดงามราวกับหลุดมาจากเทพนิยาย และมีตำนานแสนเศร้าและน่าขนลุกแอบแฝงอยู่ด้วย

ปราสาทเอ็ลทซ์ หรือ Burg Eltz ประเทศเยอรมัน สามารถคงอยู่มาได้โดยปราศจากการถูกทำลาย และได้รับการดูแลและอนุรักษ์โดยตระกูลเอ็ลทซ์ จนกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมาจนถึงปัจจุบัน ประวัติความเป็นมาของปราสาท ย้อนกลับไปเมื่อศตวรรษที่ 9 ยามที่ปราสาทแห่งนี้ยังเป็นเพียงแค่คฤหาสน์หลังหนึ่ง ซึ่งเป็นที่พำนักของเหล่าท่านเคานต์แห่งเอ็ลทซ์ ก่อนจะได้เริ่มการบูรณะต่อเติมจนกลายเป็นปราสาทหลังใหญ่ของตระกูลเอ็ลทซ์นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1157 เป็นต้นมา

ตระกูลเอ็ลทซ์นั้นแบ่งออกเป็นตระกูลสาขาทั้งหมด 3 สาขา แต่ละครอบครัวก็จะอาศัยอยู่ตามส่วนต่างๆ ของปราสาท  ส่วนคนรับใช้ ช่างฝีมือ และชาวบ้านที่สนับสนุนตระกูลเอ็ลทซ์ก็จะอาศัยอยู่ตามหมู่บ้านรอบนอกของตัวปราสาท ซึ่งตั้งแต่วันนั้นมาจนถึงปัจจุบัน ปราสาทเอ็ลทซ์นั้นเป็นที่พำนักของคนตระกูลเอ็ลทซ์มาจนถึง 33 รุ่นเลยทีเดียว 

สถาปัตยกรรม ปราสาทเอ็ลทซ์

เป็นการผสมผสานสถาปัตยกรรมยุคกลางและยุคเรเนสซองส์เข้าด้วยกัน โดยมีความสูงอยู่ที่ประมาณ 35 เมตร ตั้งอยู่บนฐานหินและเนินเขาสูงประมาณ 70 เมตร เมื่อประกอบเข้ากับทิวทัศน์ของป่าเขาที่รายล้อมจึงทำให้ปราสาทแห่งนี้ดูงดงามราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยายเลยก็ว่าได้ จึงไม่แปลกใจเลยหากเราจะเห็นนักท่องเที่ยวมากมายเดินทางไปชมความงามของปราสาทเอ็ลทซ์แทบจะตลอดทั้งปี โดยเฉพาะระหว่างเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ที่เป็นฤดูไฮไลท์ของที่นี่

แต่ภายใต้ความสวยงามสุดอลังการนี้ กลับมีตำนานอันแสนเศร้าและน่าขนหัวลุกแฝงอยู่ด้วย เรื่องราวโศกนาฏกรรมนี้เกี่ยวกับ แอ็กเนส เอ็ลทซ์ (Agnes Eltz) ธิดาของท่านเคานท์รุ่นที่ 15 ของตระกูลเอ็ลทซ์ ผู้ซึ่งมีพันธะหมั้นหมายกับอัศวินแห่งเบราเนแบร์ก (Knight of Braunsberg) ตั้งแต่วัยเยาว์ แต่เนื่องจากเกิดเรื่องวุ่นวายในวันงานหมั้น ส่งผลให้ทั้งสองตระกูลไม่ลงรอยกัน

จนผ่านไปนานนับปี ตระกูลเบราเนแบร์กได้เข้าโจมตีปราสาทเอ็ลทซ์ แอ็กเนสจึงแอบสวมรอยเป็นอัศวิน และเข้าสู่การสู้รบในทันที ก่อนจะสิ้นใจลงด้วยศรธนูของอัศวินแห่งเบราเนแบร์ก โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าอัศวินที่เขาสู้ด้วยนั้นเป็นคู่หมั้นของเขาเอง

ซึ่งแม้จะผ่านมาหลายร้อยปี แต่ก็ยังเชื่อกันว่าวิญญาณของแอ็กเนสยังคงวนเวียนอยู่ในปราสาทและอาจปรากฏให้เห็นในยามค่ำคืน บ้างก็เล่าว่าบางคืนยังมีวิญญาณของเหล่ากองทัพอัศวินบนหลังม้ามายืนอยู่หน้ารั้วปราสาท โดยเชื่อว่าอัศวินเหล่านี้อาจเป็นกองทัพของตระกูลเบราเนแบร์กที่มาร้องขอให้แอ็กเนสให้อภัยในความผิดของพวกเขาก็เป็นได้

แม้ว่าจะมีตำนานสุดหลอน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนลดน้อยลงไป ทางปราสาทจะเปิดให้เราได้เข้าชมทุกวันตั้งแต่ 09.30-17.00 น. ซึ่งด้านในก็จะจัดแสดงห้องต่างๆ รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ ภาพจิตรกรรม และประวัติของปราสาทและตระกูลเอ็ลทซ์ให้เราได้ชมกัน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *